ปลาทับทิมราดพริก เมนูแสนอร่อยและมีประโยชน์จากโภชนาการของปลา

ปลาทับทิมราดพริก เมนูที่ใครหลายคนคิดว่าทำยาก แต่จริงๆไม่ยากเลย มีขั้นตอนง่ายนิดเดียว คือทอดปลา และก็ทำน้ำราด แค่นั้นก็จบพร้อมทาน วันนี้เราจะมาทำ ปลาทับทิมราดพริกกันทุกคน ขอเสนอเมนู ปลาทับทิมราดพริก ที่ทำทานเองที่บ้านในวันหยุด ขั้นตอนแรก เรามาทำในส่วนของปลากันก่อน ซึ่งวันนี้แน่นอนวัตถุดิบของเราคือปลาทับทิม หรือใครอยากจะใช้ปลานิล หรือปลาช่อนก็ไม่ว่ากันครับ เอาตามสะดวก เราจะใช้ตัวที่หนักประมาณ 8 ขีด หรือจะใหญ่หรือเล็กกว่านั้นก็ได้ ตามที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดนั่นแหละ เราจะทำการเอาเกล็ดปลาออกให้หมด และเอาในส่วนของไส้ปลาออกมาให้หมด ล้างให้สะอาด และก็บั้งปลาตามลายขวาง และก็ทาเกลือเล็กน้อยเพื่อดับกลิ่นคาว ขั้นตอนที่สอง เรามาเปิดแก๊ส ตั้งกระทะให้ร้อน แล้วค่อยเติมน้ำมันลงไป  เทคนิคคือใส่น้ำมันให้ท่วมปลา เอาที่คิดว่าท่วม จากนั้นเรารอให้น้ำมันเดือด จากนั้นเราก็ใส่เจ้าปลาทับทิมลงไปทอดเลย ในขั้นตอนนี้เราจะทอดทีละด้านโดยไม่ต้องกลับด้าน เทคนิคคือด้านแรกเราจะทอดโดยใช้เวลา 6 นาทีครึ่ง พอครบตามเวลาแล้ว เราจะมาทอดด้านที่สองโดยใช้เวลา 5 นาที เทคนิคนี้จะทำให้ปลาเราไม่เละ เสร็จแล้วนำปลาที่เราทอดขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ขั้นตอนที่สาม เป็นส่วนของการทำน้ำราด เราจะตั้งกระทะ โดยใส่น้ำมันไปเล็กน้อยสักช้อนครึ่ง จากนั้นเราจะใส่กระเทียมที่หั่นละเอียดลงไป ตามด้วยพริกสดที่ตำละเอียด ซึ่งสูตรนี้เราจะใช้พริกประมาณ 20 เม็ด ในขั้นตอนนี้เราจะต้องใช้ไฟอ่อนนะครับทุกคน จากนั้นเราจะตามด้วยรากผักชี น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ […]

เคล็ดลับการทำเมนู อาหารง่าย ๆต้มยำปลากระป๋อง เมนูราคาประหยัด

ต้มยำปลากระป๋อง หรือปลากระป๋อง เมนูที่หลายคนอาจจะนึกถึงเป็นอย่างสุดท้าย แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกัน ที่จำเป็นต้องนึกถึงเจ้าสิ่งนี้เป็นเมนูแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิถีการใช้ชีวิตของแต่ละคนเราไม่ว่ากัน ซึ่งวันนี้เราจะมาสร้างมูลค่าทางอาหารให้เจ้าปลากระป๋อง แน่นอนวันนี้เราจะมาทำต้มยำ โดยมีปลากระป๋อง เป็นวัตถุดิบหลัก กับเมนูที่มีชื่อว่า ต้มยำปลากระป๋อง  นั่นเอง เรามาดูวิธีทำกันเลย การทำเมนู ต้มยำปลากระป๋อง ฉบับคุณแม่บ้านในยุคโควิค ขั้นตอนแรก แน่นอนทุกบ้านต้องมีปลากระป๋อง ยี่ห้ออะไรก็ได้ขอให้ลงท้ายด้วยสระอา ในส่วนนี้เอาตามที่สะดวกเลยครับทุกคน สูตรนี้เราจะใช้ 2 กระป๋อง หรือใครอยากใส่เยอะจะใส่มากกว่านั้น ก็เอาตามที่ชอบเลย เริ่มแรกเราจะตั้งหม้อโดยไม่ต้องใส่น้ำ แล้วใส่ปลากระป๋องลงไปเลย พอน้ำเริ่มเดือด เราจะเติมน้ำเปล่าลงไป ซึ่งสูตรนี้เราจะใช้น้ำเปล่าประมาณ 100 มิลลิลิตร จากนั้นเราก็จะทำการเติมเครื่องต้มยำลงไปเลย แล้วเครื่องต้มยำมีอะไรบ้าง อ้าว จำไว้นะทุกคน ทุกอย่างที่มีคำว่าต้มยำ เราจะใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง หรือใครมีเห็ดจะใส่ลงไปด้วยก็ได้ หากไม่มีก็ไม่ต้องใส่และตามด้วยพริกสดตำแบบหยาบๆ ตามใบหน้าของคนตำ แฮร่ ในจังหวะนี้เราจะคนเบาๆ เพื่อไม่ให้ปลากระป๋องเละ ในจุดนี้เราชิมดูว่า รสชาดมันเป็นยังไง จากนั้นเติมน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บแบบติดปลายช้อนนิดหน่อย เสร็จขั้นตอนนี้เราปิดแก๊สได้เลย แล้วก็ใส่น้ำมะนาวเป็นขั้นตอนสุดท้าย และสุดท้ายอีกขั้นคือโรยหน้าด้วยใบมะกรูดอีกรอบ  แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย พร้อมทานได้ทันที […]

ต้มยำกุ้งน้ำข้น เมนูขึ้นชื่อของประเทศไทย ที่ชื่อเสียงดังไกลไปทั่วโลก

ต้มยำกุ้งน้ำข้น เมนูยอดนิยม เพราะหากไปถามคนต่างชาติเกี่ยวกับอาหารไทย แน่นอนคำตอบแรกของเกือบจะทุกคน ต้องมีคำว่า ต้มยำกุ้งอย่างแน่นอน วันนี้เราจะมาทำต้มยำกุ้งกินกัน โดยเราจะมีกุ้งเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นกุ้งนำเข้าจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมันหมดก็เลยใช้กุ้งจากสมุทรสาครไปก่อน ทุกคนพร้อมกันแล้วใช่ไหม เรามาทำพร้อมกันเลย เคล็ดลับการทำ ต้มยำกุ้งน้ำข้น ที่ทำทานเองที่บ้านแบบอร่อย ๆ ขั้นตอนแรก แน่นอนเราจะเปิดเตาแก๊ส ตั้งหม้อและเติมน้ำเปล่าลงไป สูตรนี้เราจะเติมน้ำ 400 มิลลิลิตร คือเราจะทำแค่ถ้วยเดียวเน้นๆเลย เราจะใส่เกลือลงไปเล็กน้อยเอาแค่คิดปลายช้อน จากนั้นรอให้น้ำเดือด และขั้นตอนที่สองพอน้ำเริ่มเดือดเราจะใส่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และ หอมแดง ที่เราหั่นเอาไว้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ต้องซอยแบบละเอียดมากและอย่าลืมใส่น้ำพริกเผาลงไปด้วย สัก 2-3 สามช้อนโต๊ะกำลังดี  จากนั้นตามด้วยพริกสดที่ตำแบบไม่ต้องละเอียดมาก ในส่วนนี้ใครชอบเผ็ดก็ใส่เยอะส่วนใครไม่กินเผ็ดก็ใส่พอประมาณและตามด้วยเห็ดฟาง พอใส่วัตถุดิบเข้าไปทั้งหมดแล้วเราจะทำการคนให้พริกเผาละลาย ขั้นตอนนี้เราจะเห็นว่า สีของน้ำซุปของเราเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มดูน่ากินขึ้นมาแล้ว ขนาดยังไม่ปรุงนะครับเนี่ย มาถึงขั้นตอนสุดท้าย มาถึงส่วนของการปรุงรส เราจะใส่น้ำปลา 2 ช้อนครึ่ง ตามด้วยนมจ้นจืดยี่ห้ออะไรก็ได้ประมาณ 7 ช้อนโต๊ะ ทุกคนจะคิดว่าเราลืมใส่กุ้งหรือเปล่า แน่นอนเราไม่ลืม เพราะกุ้งเป็นวัตถุดิบที่สุกง่าย เราจึงใส่เป็นขั้นตอนสุดท้าย ในสูตรนี้เราจะใช้กุ้งประมาณ 10 ตัว เทคนิคก็คือปล่อยให้เดือดประมาณ 30 วินาทีก็ปิดแก๊สได้เลย […]

ร้านแซ่บนัวครัวอิสานขอนแก่น กับอาหารอีสานสไตล์ไฮโซ ที่บอกเลยว่าอร่อยสุด ๆ

               ร้านแซ่บนัวครัวอิสานขอนแก่น เป็นร้านอาหารที่มีการจำหน่ายอาหารอีสานเอาใจคนรักของแซ่บ ๆ ในสไตล์อีสาน โดยร้านนี้ถือว่าเป็นร้านสาขาย่อยที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ที่จะทำให้ลูกอีสานคนไหนถ้าคิดถึงอาหารอีสานฝีมือแม่ก็ต้องแวะเวียนกันมาลิ้มลองอาหารอีสานเลิศรสกันอย่างไม่ขาดสาย ร้านแซ่บนัวครัวอิสานขอนแก่น อาหารอีสาน เอาใจคนรักของแซ่บ ๆ กับเมนูเลิศรสที่ห้ามพลาดเด็ดขาด                การเดินทางเพื่อไปร้านแซ่บนัวครัวอิสานนั้นเราสามารถขับรถตรงมาถนนรัชดาภิเษก แล้วขับมาตรงทางแยกประชานุกูล ก็จะพบกับปั้มน้ำมัน Caltex พอจากนั้นให้เลี้ยวขวาเพื่อเข้าปั้ม โดยร้านจะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับร้านที่ชื่อว่า Burger King                ส่วนบรรยากาศในร้านแซ่บนัวครัวอิสานก็มีการตกแต่งในสไตล์คาเฟ่แบบนั่งชิล ๆ มีการประดับด้วยไฟสีส้ม และมีการนำพวกของจักรสานมาประดับตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของร้านจึงทำให้ร้านดูมีความสวยงามและเก๋ไก๋ในแบบไม่เหมือนใคร                เมนูอาหารของทางร้านแซ่บนัวครัวอิสานส่วนใหญ่จะเป็นอาหารในสไตล์อีสานเกือบทั้งหมด โดยมีการใช้วัตถุดิบที่ส่งตรงจากจังหวัดขอนแก่น จึงทำให้อาหารมีรสชาติแซ่บอีหลีตามแบบฉบับของชาวอีสาน ซึ่งราคาของอาหารจะเริ่มต้นเพียงแค่จานล่ะ 55 บาทเท่านั้นเองค่ะ                ส่วนเมนูแนะนำของทางร้านแซ่บนัวครัวอิสานก็จะมีตำถาดแซ่บนัวที่เสิร์ฟมาพร้อมกับเส้นมะละกอในปริมาณที่เยอะจุใจสุด ๆ แถมปลาร้าก็มีรสชาติที่แซ่บนัว จึงทำให้มีความเข้ากับเนื้อมะละกอ  จัดว่าแซ่บเว่อร์ค่า                และเมนูแนะนำเมนูที่สองก็คือ ปลาทับทิมทอดน้ำปลา สำหรับเมนูนี้ถือว่าเป็นเมนูที่มีลูกค้าสั่งมารับประทานมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยมีการเสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อปลาทับทิมที่หั่นในแบบชิ้นพอดี จึงทำให้สามารถรับประทานได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องมานั่งแกะก้างปลา แถมยังมีรสชาติที่กรอบนอกนุ่มในที่เมื่อคู่กับน้ำจิ้มสูตรเด็ดก็ถือว่ามีความอร่อยซึ่งจะมีรสหวานเค็มที่ตัดกันในแบบกำลังดี                สำหรับร้านแซ่บนัวครัวอิสานถือว่าเป็นร้านอาหารอีสานเลิศรส แถมบางเมนูก็หาทานได้ยากตามท้องตลาดบ้านเรา อย่าง ไข่มดแดง และข้าวจี่ และที่สำคัญบรรยากาศในร้านยังมีการตกแต่งที่สวยงามมีการจัดมุมน่ารัก ๆ ที่จะเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวหรือลูกค้าได้เข้ามาถ่ายรูปเก๋ […]

วิธีเก็บซุปและสตู เพิ่มความสดที่คงรสชาติสูงสุด บอกเลยว่าไม่ควรพลาดเด็ดขาด

วิธีเก็บซุปและสตู กับการจัดเก็บซุปและสตูโดยหลักแล้วเพื่อเป็นการถนอมอาหาร เพราะทั้งสองอย่างนี้เรามักจะทำในปริมาณมากครั้งเดียว เพื่อให้สามารถนำไปใช้ครั้งต่อๆ ไปได้อีก ดังนั้นจึงต้องดูแลให้แน่ใจว่าอาหารนั้นปลอดภัยและปราศจากจุลินทรีย์ที่อาจทำให้เจ็บป่วยเมื่อรับประทาน วิธีเก็บซุปและสตู กับเทคนิคหลัก 3 ประการที่คุณสามารถใช้ได้ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณต้องการเก็บน้ำซุป แช่ตู้เย็น เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเก็บซุปและสตู (หากคุณวางแผนที่จะใช้ภายใน 2-3 วัน) การแช่ซุปและสตูคือในตู้เย็นควรเปลี่ยนภาชนะก่อน ให้เลือกประเภทที่มีฝาปิดแน่น และนำเข้าตู้เย็นภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากปล่อยให้หายร้อนที่อุณหภูมิห้อง ไม่ควรแช่ซุปหรือสตูพร้อมหม้อ เพราะปากกว้างไป และการปิดไม่สนิทอาจทำให้รสชาติเปลี่ยน แช่แข็ง การแช่แข็งซุปและสตูจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับการเก็บไว้ในตู้เย็นเฉยๆ ซุปและสตูจะอยู่ในช่องแช่แข็งได้นานถึง 3 เดือนอย่างสบายๆ   มีเพียงปัญหาหลักของซุปและสตูแช่แข็งคือคุณภาพ เนื่องจากส่วนผสมเฉพาะในซุป เช่น หากในซุปมีเส้นพาสต้า นม ครีม ข้าว มันฝรั่ง เมื่อโดนแช่แข็งก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากส่วนผสมที่เป็นแป้งจะดูดซับของเหลวมากเกินไป อีกทั้งผลิตภัณฑ์นมสามารถแยกชั้นออกจากซุปได้ ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ คุณควรทำซุปเปล่าเพื่อแช่แข็งก่อน ส่วนพวกนม ครีม ข้าวและแป้งต่างๆ สามารถเติมทีหลังได้เมื่อจะรับประทานจริงจัง ควรเลือกภาชนะใส่ซุปแช่แข็งที่ปลอดภัย หากเลือกแก้วให้ใช้แบบทนทาน ทั่งความเย็นและความร้อน นำเข้าไมโครเวฟได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการแตกเมื่อซุปกลายเป็นน้ำแข็ง หากต้องการหลีกเลี่ยงการก่อตัวของผลึกน้ำแข็งรอบกล่องเก็บซุก ควรแช่แข็งซุปและสตูในถุงแช่แข็งสุญญากาศ และเมื่อเอาออกมานอกช่องแข็ง ก็ไม่ควรปล่อยไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง […]

การจัดเก็บเนื้อหมึก และการคัดเลือกสำหรับทำอาหาร กับเคล็ดลับที่ไม่ยุ่งยาก

การจัดเก็บเนื้อหมึก ที่หากคุณกำลังวางแผนเมนูจากหมึกเป็นจานเด็ดในมื้อต่อไป ก็ได้เวลาที่จะออกไปหาวัตถุดิบแล้วล่ะ แม้ว่าหมึกจะเป็นสัตว์ทำเลที่คุ้นหน้าคุ้นตาคู่ครัวชาวไทย แต่เราเชื่อว่ายังมีคุณพ่อบ้านแม่บ้านจำนวนหนึ่งไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับวัตถุดิบชนิดนี้อย่างไรมาก่อน เนื้อหมึกมีความแตกต่างจากอาหารทะเลชนิดอื่น อีกทั้งหน้าตารูปร่าง รสชาติ เนื้อสัมผัสยังเป็นเอกลักษณ์ จึงนับว่าเป็นอาหารสุดโปรดในดวงใจคนไทยก็ว่าได้ เพียงแค่ร้านขายหมึกย่างก็สามารถหาได้ง่ายๆ แทบทุกย่านแล้ว แนะนำเคล็ดลับ การจัดเก็บเนื้อหมึก ที่จะทำให้เนื้อหมึกอยู่ได้นาน บอกเลยว่าไม่ควรพลาด การเลือกหมึกสด                การหาหมึกสดที่ไม่ผ่านการแช่แข็งมาก่อนอาจเป็นเรื่องยาก หากคุณไม่ได้อยู่อาศัยแถวสะพานปลา อันที่จริงหมึกเหล่านี้ก็โดนน็อคน้ำแข็งมาตั้งแต่ใต้ท้องเรือแล้ว ดังนั้นถ้าคุณแสดงหาความสดจริงๆ คงต้องออกไปตกหมึกด้วยตนเอง การสังเกตหมึกสดที่ยังไม่ตายคือจะมีตาใส ผิวหนังที่ใสมาก เมื่อหมึกสลบแล้วผิวจะเปลี่ยนเป็นสีขาวเจือม่วง หรือม่วงอมแดงตามแต่ละสายพันธุ์ ขนาดของหมึกสัมพันธุ์กับเนื้อสัมผัส หมึกตัวเล็กจะนุ่มกว่าหมึกตัวใหญ่ อย่างที่เรามักจะนิยมรับประทานหมึกกะตอยทั้งตัว ทำสุกไม่ยุ่งยาก ในขณะที่หมึกยักษ์นั้นยังต้องหั่น หมัก และใช้เวลาเพื่อให้เนื้อนุ่ม อีกสิ่งที่สังเกตได้ในหมึกสดคือจะไม่มีกลิ่นคาวเหมือนปลา การเลือกหมึกแช่แข็ง หมึกส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักอยู่ในสถานะแช่แข็ง เป็นที่แน่นอนว่าตายหมดแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลไป คุณยังสามารถเลือกแบบที่สดได้โดยดูตัว ขอบปาก และหนวด ทั้งหมดนี้ต้องไม่หลุดยุ่ยไปคนละทิศละทาง ยังประกอบเป็นตัวเดียวกัน และต้องไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า หากหมึกแช่แข็งของคุณเป็นแบบแข็งมาจริงๆ 100% ควรเอาเข้าตู้เย็นแล้วแช่ในช่องปกติอุณหภูมิต่ำสุดเพื่อให้น้ำแข็งละลาย อย่านำออกมาวางทิ้งละลายน้ำแข็งที่ห้องด้านนอกเด็ดขาด หรือถ้าไม่สะดวก ให้แช่น้ำธรรมดาในชามใหญ่แล้วเปลี่ยนน้ำทุกครึ่งชั่วโมงเพื่อป้องกันแบคทีเรีย ทำจนกว่าเนื้อหมึกจะนุ่ม หรือหากจะใช้ทันทีให้ละลายน้ำแข็งในไมโครเวฟ ควรเก็บหมึกที่ไหน หลังจากซื้อหมึกมาแล้วควรล้างทำความสะอาด ซับให้แห้ง แล้วนำเนื้อหมึกใส่กล่องที่มีฝาปิดมิดชิด ก่อนนำเข้าไปแช่ช่องเย็น (ช่องใต้ช่องแข็ง) หรือช่องแช่แข็งเลยก็ได้ […]

เติมความหวานให้ชาและกาแฟ ด้วยอะไรดีที่สุด ที่บอกเลยน่าสนใจมาก ๆ

               เติมความหวานให้ชาและกาแฟ ที่การเติมความหวานให้กับกาแฟและชาก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สามารถทำให้เครื่องดื่มยอดนิยมนี้มีสีสัน บางร้านอาจมองหาสารให้ความหวานอื่นๆ เพื่อเป็นตัวเลือกและเป็นจุดขาย ในขณะที่บางคนก็ต้องการใส่ใจดูแลรายละเอียดด้านสุขภาพมากขึ้น แต่สารให้ความหวานแบบไหนที่ได้รับความนิยมจากคาเฟ่ทั่วโลก อันที่จริงนี่คือส่วนหนึ่งที่เราประมวลมาแล้วว่ามีรสชาติกลมกล่อม คาเฟ่ชื่อดังเลือกมาใช้งานจริง โดยที่คุณไม่ต้องไปลองผิดลองถูกหาใหม่ด้วยตนเอง เติมความหวานให้ชาและกาแฟ กับรสชาติที่กลมกล่อมแบบสุด ๆ จะมีอะไรเป็นส่วนประกอบได้บ้าง มาดูกัน น้ำตาลทราย น้ำตาลทรายคือสารให้ความหวานยอดนิยมสำหรับกาแฟและชา หาซื้อได้ง่าย ราคาเบาๆ เป็นตัวเลือกหลักของร้านเครื่องดื่มและคาเฟ่ทั่วโลก จุดเด่นของน้ำตาลทรายคือไม่มีกลิ่น ดังนั้นเครื่องดื่มของคุณไม่มีทางโดนรบกวนแน่นอน อีกทั้งความหวานของน้ำตาลทรายคงที่ จึงเป็นมาตรฐานสำหรับการตวงเครื่องดื่ม และยังมีตัวเลือกทั้งแบบน้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง และน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง น้ำผึ้งตามธรรมชาตินั้นเป็นสารให้ความหวานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าดีต่อสุขภาพ แต่ความยากในการใช้น้ำผึ้งคือแหล่งที่มาของดอกไม้ ดอกไม้ต่างชนิดกันให้กลิ่นหอมต่างกัน และยังให้รสชาติที่ต่างกัน อีกทั้งแม้จะเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกันแต่หากเก็บเกี่ยวต่างฤดูกาลก็มีโอกาสที่จะมีรสชาติต่างกันด้วย ซึ่งผู้ที่เลือกใช้น้ำผึ้งควรทำความเข้าใจถึงจุดนี้ หากเลือกใช้ในคาเฟ่แล้วพบว่าลูกค้าบางคนอาจมีฟีดแบ็กเรื่องรสชาติ ก็ควรต้องอธิบายลงรายละเอียด น้ำหวานอะกาเว น้ำหวานอะกาเว (Agave Nectar) เป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผลิตมาจากต้นอะกาเวซึ่งเป็นพืชเขตร้อนซึ่งคล้ายคลึงกับต้นว่านหางจระเข้ น้ำหวานอะกาเวเข้ากันดีมากกับชาที่เข้มข้นและกาแฟหลายชนิด เนื่องจากเป็นสารให้ความหวานแบบเหลวจึงเหมาะสำหรับเครื่องดื่มเย็นๆ กากน้ำตาล กากน้ำตาลมีรสชาติเข้มข้นและลุ่มลึก ซึ่งเหมาะกับกาแฟโคนาของบราซิล และโคลอมเบีย เนื่องจากเป็นสารให้ความหวานเหลวจึงเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มเย็น หรือแช่เย็น น้ำผลไม้ น้ำผลไม้ก็เป็นสารให้ความหวานในชาและกาแฟซึ่งจัดว่ามาแรงมากๆ ในยุคปัจจุบัน เพราะในผลไม้แต่ละชนิดมีน้ำตาลบริสุทธิ์ และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จึงสามารถสร้างความหลากหลายให้เครื่องดื่มเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับกาแฟดำและชาเข้มๆ เรามักจะเห็น เอสเปรสโซผมน้ำส้ม, น้ำสับปะรด, […]

กุ้งแช่น้ำปลา เมนูยอดฮิตที่ปรุงยังไงให้แซ่บถึงใจ แบบไม่มีคาวกันเลย

                กุ้งแช่น้ำปลา เดิมทีเมนูกุ้งแช่น้ำปลานี้เป็นรายการอาหารยอดนิยมในร้านเหล้า หรือร้านนั่งชิลด์ทั่วไป เพราะรสชาติอาหารมีความสดและจัดจ้าน เรียกว่าตัดรสขม ๆ ของเครื่องดื่มได้ดีนัก ต่อมาก็ได้รับความสนใจจนกระจายตัวมาสู่ร้านข้าวทั่วไป และก้าวหน้าไปถึงขั้นเปิดเป็นร้านแนวยำโดยเฉพาะ เมนูนี้จะว่าทำง่ายก็ใช่ แต่ก็มีส่วนยากอยู่เหมือนกัน หากทำไม่ดี รสน้ำปรุงไม่ถึงก็จะมีกลิ่นคาว ทานไม่ได้ วันนี้เราจึงมีวิธีการปรุงรสให้อร่อยโดนใจมาฝากกัน กุ้งแช่น้ำปลา รสชาติอาหารมีความสด และจัดจ้าน หากทำไม่ดี รสน้ำปรุงไม่ถึงก็จะมีกลิ่นคาว                 ก่อนอื่นต้องเลือกกุ้งให้เหมาะสมก่อน กุ้งจะตัวเล็กหรือใหญ่เกินไปก็ไม่ดีนัก เพราะเวลาทำกุ้งแช่น้ำปลา น้ำซอสมันจะซึบซับได้ไม่พอดี และเมื่อเราจะทานกันแบบดิบๆ ก็ต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อใจได้ว่าปลอดภัย ไม่มีสารเคมีเพื่อกันการเน่าเสีย ลักษณะของกุ้งก็ต้องสดใหม่ ไม่มีกลิ่นไม่ดี ส่วนตัวและหัวต้องติดกันแน่น สีเปลือกและเนื้อต้องดูสด ไม่ซีดเซียวหรือมีเฉดสีที่ผิดปกติ                 เมื่อได้วัตถุดิบหลักมากแล้วก็จัดการลอกเปลือก ดึงไส้และตัดแผ่ให้เรียบร้อย ควรล้างด้วยน้ำเกลือสัก 1-2 รอบก่อน แต่อย่าใช้วิธีแช่เอาไว้ เดี๋ยวกุ้งแช่น้ำปลาของเราจะเค็มก่อนที่จะทำจริง สุดท้ายให้ล้างด้วยน้ำเปล่าจนกว่าจะแน่ใจว่าสะอาด เอากุ้งเข้าแช่ตู้เย็นพักไว้ก่อน แล้วหันมาเตรียมเครื่องเพื่อทำน้ำซอส                 ส่วนของน้ำซอสก็จะใช้วัตถุดิบไม่มากเท่าไร มีพริกขี้หนูสวน น้ำปลา มะนาว น้ำตาล และกระเทียม ให้เริ่มจากเทน้ำปลาลงในชามตามปริมาณที่สอดคล้องกับจำนวนกุ้ง ชิมดูก่อนว่าน้ำปลาที่ใช้เค็มมากน้อยแค่ไหน จะได้ปรุงเพิ่มได้ถูก จากนั้นก็ใส่มะนาวกับพริกขี้หนูโขลกลงไป คนให้เข้ากัน ชิมอีกครั้งให้มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย จากนั้นตัดน้ำตาล จะดีมากหากใช้น้ำตาลปี๊บแทนน้ำตาลทราย […]

ปลากระพงขาวนึ่งมะนาว เมนูแสนอร่อย ที่มาพร้อมกับคุณประโยชน์มากมาย

            ปลากระพงขาวนึ่งมะนาว ซึ่งปลากระพงขาวเป็นปลาทะเลที่อุดมด้วยสารอาหารมากมาย รสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์ แถมเมนูปลากระพงขาวนึ่งมะนาวก็เป็นเมนูที่อุดมด้วยสมุนไพรช่วยเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม เรียกว่าเป็นเมนูครบเครื่องกันเลย ส่วนกรรมวิธีการทำก็ไม่ยากอย่างที่คิด เราไปพบกับกรรมวิธีการทำเมนูปลากระพงขาวนึ่งมะนาวพร้อมๆ กันเลย วิธีทำ และวัตถุดิบที่ใช้สำหรับในการทำเมนู ปลากระพงขาวนึ่งมะนาว จะมีอะไรบ้าง ? 1.ปลากระพงขาว ปริมาณ 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม 2.รากผักชี ปริมาณ 5 ราก 3.กระเทียม ปริมาณ 10 – 15 กลีบ 4.ผักชี ปริมาณ 1 กำมือ 5.พริกขี้หนู ปริมาณ 20 เม็ด 6.น้ำปลา ปริมาณ 3 ช้อนโต๊ะ 7.น้ำตาลปี๊บ ปริมาณ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ 8.ซีอิ้วขาว ปริมาณ 2 ช้อนชา 9.น้ำมะนาว ปริมาณ 3 ช้อนโต๊ะ อุปกรณ์สำหรับเมนูปลากระพงขาวนึ่งมะนาว 1.มีด 2.เขียง 3.ครก […]

วัตถุดิบใช้แทนไข่ ถ้าไม่กินไข่ใช้อะไรแทนได้บ้าง? อาหาร 5 อย่างที่แทนไข่ได้ปังมาก

               วัตถุดิบใช้แทนไข่ แม้ว่าไข่สารพัดชนิดคืออาหารประจำวันของหลายคน ทว่าก็ยังมีอีกกลุ่มผู้บริโภคซึ่งไม่สามารถรับประทานไข่ บางคนอาจเลือกเป็นมังสวิรัติ งดไข่ด้วย เป็นวีแกน คือทางอื่นๆ แล้วถ้าหากวันหนึ่งมีสมาชิกในครอบครัวของเราเลือกแผนโภชนาการที่เปลี่ยนไป หรือกระทั่งวันหนึ่งเราได้มีโอกาสรับรองแขกเหล่านี้มารับประทานอาหารด้วยกัน มาดูกันว่าถ้าไม่มีไข่แล้วพวกเขาสามารถรับประทานอะไรได้ที่ให้ผลลัพธ์ทางรสชาติใกล้เคียงกัน ทั้งยังมีคุณประโยชน์ทัดเทียมกัน แนะนำ 5 วัตถุดิบใช้แทนไข่ สามารถรับประทานอะไร ที่ให้ผลลัพธ์ทางรสชาติใกล้เคียงกัน ฟักทองบด ฟักทองสีเหลืองๆ นี้มีคุณประโยชน์อัดแน่นในผล ทั้งวิตามิน สารอาหาร พอๆ กับไข่แดงเลยทีเดียว ที่สำคัญยังมีสูตรอาหารวีแกนมากมายที่ใช้ฟักทองบดทำออกมาในรูปแบบของ “ไข่แดงเทียม” ทั้งรสชาติของฟักทองยังมีความเข้มข้น ติดหวานกว่าไข่แดงเล็กน้อยซึ่งคุณอาจเติมเกลือลงไปได้ ฟักทองยังสามารถเนรมิตเมนูได้หลากหลายทั้งคาวและหวาน เมล็ดเจียหรือเมล็ดแฟลกซ์ หากคุณมีเมล็ดพืชที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 เหล่านี้อยู่ที่บ้าน จำไว้เลยว่าสามารถใช้แทนไข่ได้ เพียงบดเมล็ดเจียหรือเมล็ดแฟลกซ์ จากนั้นใช้ผงป่นที่ได้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ คนจนได้เนื้อข้นเข้ากัน ปริมาณนี้มีคุณค่าทางอาหารเท่ากับไข่ไก่ 1 ฟอง ทั้งยังให้รสชาติที่กลมกล่อม เนื้อสัมผัสที่นุ่มและหนากว่าไข่ สามารถใช้แทนไข่ไก่ในสูตรขนมอบตามปกติได้ด้วย เต้าหู้อ่อน เต้าหู้อ่อนเป็นเต้าหู้ที่มีปริมาณน้ำสูงกว่าเต้าหู้ทั่วไปเล็กน้อย ทำให้มีน้ำหนักเบากว่า และมีเนื้อสัมผัสเนียนกว่า ข้อดีของเต้าหู้อ่อนคือรสชาติจืด สามารถปรุงรสเพิ่มเลียนแบบไข่ได้เลย สามารถใช้ในเมนูคาวและหวานได้ ที่น่าสนใจคือมีสูตรบราวนี่แบบวีแกนมากมายที่เลือกใช้เต้าหู้อ่อนแทนไข่ไก่ นอกจากนั้นเต้าหู้อ่อนยังช่วยให้เนื้อขนมอบนุ่มและโปร่งมากกว่าปกติด้วย เต้าหู้อ่อนบดละเอียด ¼ ถ้วยตวง เท่ากับไข่ไก่ […]